ค้นหา

รอบอกชาติหน้าไม่ได้

รายการโปรด แบ่งปัน 2012-1-15 21:17| ผู้เผยแพร่: admin| เข้าชม: 43| ความคิดเห็น: 0

คำอธิบาย: เนื่องจากได้รับอนุญาตจากคุณเขมกรให้นำมาเผยแพร่ได้ เพื่อประโยชน์ตามจุดประสงค์ของคุณเขมกร จึงขอนำหนังสื ...
เนื่องจากได้รับอนุญาตจากคุณเขมกรให้นำมาเผยแพร่ได้ เพื่อประโยชน์ตามจุดประสงค์ของคุณเขมกร
จึงขอนำหนังสือเรื่อง ความจริงปัจจุบัน  รอบอกชาติหน้าไม่ได้ มาเผยแพร่ที่ วิชญาณัม ครับ
                                                        วิชญาณัม





คำนำจากผู้เขียน



             ความจริงของปัจจุบัน... รอบอกชาติหน้าไม่ได้ เล่มนี้ ฉันคิดว่าเป็นเพียงประสบการณ์จริง ที่เกิดขึ้นกับตนเอง ซึ่ง บางเรื่องก็นานหลายปีแล้ว ตัวฉันเองไม่มีพรสวรรค์ในการ เขียนหนังสือเท่าไร มันจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะบรรยายออกมา เป็นตัวอักษร หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่เหตุบังเอิญ น่าจะเกิดจาก ศรัทธาจากหมู่ญาติมิตรของโลกนี้และโลกอื่น ที่ปรารถนา ร่วมกันสร้างความดี เป็นเครื่องเตือนสติ (ไม่เผลอ) และ เตือนใจให้รู้เท่าทันกาย (สัมปชัญญะ) จงสำนึกในเรื่อง “บาป บุญ และโทษของความประมาท” ซึ่งให้ผลเผ็ดร้อนได้ทั้งใน ชาตินี้และชาติหน้า ขอท่านจงตระหนักและคิดให้ดีก่อนจะทำ ทุกครั้ง ฉันหวังว่าพฤติกรรมของคนที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เมื่ออ่านอย่างมีสติ คงจะช่วยยับยั้งการกระท่าที่ไม่ดีลงได้ ซึ่ง จะเกิดเป็นบุญกุศลแก่ฉันในวันนี้ (ชาตินี้) พรุ่งนี้ (ชาติหน้า) ซึ่ง ท่าให้ฉันต้องระลึกชาติ (เรื่องในอดีต) จิตวิญญาณที่ได้พบกัน ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด สัญญาณนี้คงจะเป็นญาติกันมาในอดีตจึงได้หมุนรอบมาพบกัน ตามที่ฉันได้เคยอธิษฐานไว้ “ขอให้มีโอกาสได้ช่วยเหลือญาติ” ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนตัว

               ฉันเป็นลูกสาวคนที่สองของแม่ เมื่อยังเด็กมีปัญหาเรื่อง สุขภาพซึ่งเป็นต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้จากผลแห่งกรรม ดังนั้น ฉันจึงเป็นที่รักที่สงสารของยายที่เลี้ยงฉันมาอย่างยิ่ง เราสองคนยายหลานจึงมีความรักความผูกพันกันเป็นพิเศษ ขอเรียนว่ายายกับยายทวดเป็นผู้ประพฤติธรรมอันดีมีคุณธรรมสูง ทุกเช้าจะมีกะละมังใบใหญ่ใส่ข้าวจนพูนสำหรับใส่บาตร ส่วน กับข้าวและของหวานนั้นไม่ต้องพูดถึงว่ามีมากแค่ไหน ใน ตอนบ่ายยายจะหนีบฉันเอานํ้าปานะไปถวายพระที่วัดใกล้บ้าน ทุกวัน ฉันก็จะเล่นชุกชนอยู่บนศาลาวัด ตกคํ่าเมื่ออาบน้ำ อาบท่าแล้วจะถูกจับให้นั่งหน้าหิ้งพระให้สวดมนต์และสอน การทำสมาธิเบื้องต้น ฉันได้ซึมซับเอาสิ่งเหล่านี้เข้ามาอย่าง แนบแน่นอย่างไม่รู้ตัว และสามารถทำสมาธิเกิดความสงบจน เห็นแสงสว่างมาอาบที่ตัวและไม่ได้ยินเสียงต่างๆเลย ในขณะนั้นตั้งแต่อายุประมาณหกเจ็ดขวบซึ่งเป็นเด็กไม่รู้ว่ามันคืออะไร ต่อมาภายหลังจึงทราบว่ามันเป็นอาการ “หูดับ” ยายเล่า ว่าในช่วงที่ฉันหัดเดิน มักชอบเข้าไปเล่นในห้องที่เก็บอัฐิของ บรรพบุรุษ ส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากและวิ่งวนอย่างสนุกสนาน เหมือนมีคนเล่นอยู่ด้วย ซึ่งทำให้ทุกคนในบ้านเกิดความ หวาดกลัวอยู่บ่อยๆ

เมื่อจำความได้ฉันได้เคยเห็นสิ่งที่คิดว่าคนอื่นก็เห็น เหมือนกันกับฉัน จนกระทั้งเมื่อประมาณสิบกว่าขวบจึงได้รู้ว่า สิ่งที่ฉันเห็นนั้นเขาเรียกว่า “วิญญาณ” แม้แต่รูปถ่ายวิวต่างๆ หากฉันตั้งใจเพ่งดูครู่เดียวจิตฉันก็จะเข้าไปอยู่ในภาพนั้น จะสัมผัสได้ถึงเสียงต่างๆ แม้แต่ความเย็นจากละอองไอนํ้าจาก นํ้าตก ทำให้ตกใจกลัวมาก คิดว่าคงเป็นบ้าไปแล้วจึงไม่กล้า เพ่งดูต่อไปอีก

เมื่ออายุประมาณ ๑๒-๑๓ ขวบ ยายได้จากไปอย่างไม่มี วันกลับ ทำให้ฉันต้องขาดเสาหลักของชีวิต ขาดคนที่คอย เอื้ออาทรและขาดความรักอันอบอุ่น จนถึงขาดคนที่คอยชี้ทาง สว่างแห่งธรรมะ นับเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายที่สุด หัวใจสลาย ด้วยความรัก ความผูกพันที่เหนียวแน่นอยู่กับยายและทำให้ เริ่มห่างเหินกับการปฏิบัติธรรม เพราะมันทำให้ฉันคิดถึงยาย มากสุดที่จะพรรณนา ได้ละทิ้งการปฏิบัติไปจนเกือบหมดแต่ถึงกระนั้นก็ยังมองเห็นสิ่งที่เรียกว่า วิญญาณ อยู่เสมอ

ประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๘ ฉันกำลังมีความทุกข์มากบังเอิญ ได้อ่านหนังสือประวัติหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และได้มี โอกาสเข้าเป็นลูกศิษย์อบรมกรรมฐานจากพระเดชพระคุณ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน หรือ “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” แห่ง วัดจันทาราม (ท่าซุง) ซึ่งท่านได้เมตตาให้วิชาอันวิเศษนี้แก่ฉัน และศิษย์อื่นๆ นับว่าเป็นบุญวาสนาอย่างยิ่งที่ฉันได้พบพระ อ่ริยสงฆ์และได้เป็นลูกศิษย์ของท่านท่านได้เมตตาอบรมสั่งสอน วิชา มโนมยิทธิ ทำให้ฉันได้มีโอกาสได้เรียนรู้เพิ่มพูนต่อยอด จากที่เคยมีมาก่อน เกิดเป็นความกระซับ แม่นยำแจ่มใส ชัดเจน และคล่องตัว พระเดชพระคุณหลวงพ่อจึงมีพระคุณล้นเกล้าของฉัน

สำหรับท่านผู้ปฏิบัติธรรม ท่านเข้าใจในเรื่องจิตวิญญาณกันดีแล้ว อ่านแล้วก็คงเป็นเรื่องธรรมชาติของการเกิดเพราะ ตนเป็นผู้รู้แห่งตน ส่วนท่านผู้อ่านที่ไม่มีพื้นฐานก็น่าจะเคย ได้ยินเรื่องวิญญาณมาบ้าง สิ่งนื้เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้ปฏิบัติ จนเกิดอภิญญา (โลกีย์ธรรม) ฉันขอนำมาเล่าให้ผู้ไม่รู้ได้ลองอ่านว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล เป็นเรื่องการทำเหตุและต้องรับผล ตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงสอนแก่พราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อ ชาณุสโสณีพราหมณ์  ตอนหนึ่งว่า “ดูก่อนพราหมณ์ ฐานะ (การเกิด) ที่จะพึงว่างจากญาติสายโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วโดยการ ช้านานเช่นนี้ มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะมีได้ สัตว์ในโลกทิพย์ ที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรานั้นจึงไม่มี จิตวิญญาณ (กายทิพย์) จึงมีภพภูมิต่างกัน ด้วยการเวียนว่ายตายเกิดจากผลแห่งกรรม โดยแบ่งไว้ดังนี้ อบายภูมิ (กรรมชั่ว) มี ๔ ภพภูมิ ได้แก่ สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย และสัตว์นรก ที่สูงกว่ามนุษย์ คือสวรรค์ (กรรมดี) มี ๖ ชั้น ได้แก่ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี ที่สูงกว่าขึ้นอีก คือสวรรค์ชั้นพรหม มี ๒๐ ชั้น คือพรหมที่มีรูป ๑๖ ชั้น และอรูปพรหม คือ พรหมไม่มีรูป ๔ ชั้น บรรดาเทพเจ้าของศาสนาต่างๆ คงอยู่รูปพรหมชั้นใดชั้นหนึ่งนี่เอง ภพภูมิที่ว่านี้ ยังต้องเวียนวายตายเกิดอยู่สำหรับพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์เจ้าทั้งหลายท่านได้หลุดพ้นแล้วไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดแล้วเรียกว่า “โลกุตระ” คือสูงสุด นี้คือมูลเหตุเบื้องต้นที่ท่านผู้อ่านควรรู้ และทำความเข้าใจการเกิดแก่เจ็บตาย ที่ต้องเวียนวนกัน อยู่อย่างนี้ไม่รู้จักจบสิ้น

คำว่า “บาปกรรม” ที่เราพูดกัน หมายถึงการกระทำที่ไม่ดี ตรงข้ามกับ “บุญกรรม” คือกรรมดีที่เป็นบุญนำไปสู่ภพภูมิที่ดี เมื่อท่านได้อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อย่าคิดว่าฉันคือคนพิเศษ อันที่จริงแล้วทุกคนเป็นคนพิเศษเหมือนกัน หากปฏิบัติชื่อตรงต่อพระธรรมคำสอน ไม่ประมาท ก็ไม่เกิดทุกข์ ฉันเองก็ยังเป็นปุถุชนคนธรรมดา ยังหนาแน่นด้วยกิเลสตัณหา เหมือนกัน กับลิงที่มือมันติดยางไม้ที่ไม่สามารถแกะออกได้ จากเรื่องประสบการณ์ทางวิญญาณนี้ ซึ่งไม่ได้เขียนเพื่อให้คนเชื่ออย่างงมงาย แต่ให้พิสูจน์ด้วยเหตุและผลตามหลักธรรม โดย เฉพาะเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องในเล่มนี้ ผู้ที่ถูกพาดพิงเป็นบุคคลที่มีชื่อ มีชีวิตอยู่ และอนุญาตให้ฉันใช้ชื่อจริงได้ (ขอสงวนที่อยู่ไว้) เป็นศรัทธาที่พวกเขามีต่อฉัน เพื่อประกาศว่า กรรมมีจริง ผลเแห่งกรรมมีจริงๆ พิสูจน์ได้จากตัวเราเอง ดังนี้

ท่านผู้อ่านเห็นข้อบกพร่องผิดพลาดหรือมีคำแนะนำใดๆ ขอน้อมรับความบกพร่อง และฉันยินดีที่จะน้อมรับคำชี้แนะ หรือคำตำหนิทั้งปวง และขออนุโมทนาบุญแด่ผู้อ่านที่ได้ร่วม งานการกุศลที่ฉันมีเจตนาจะนำรายได้ส่วนหนึ่งไปร่วมรักษา พระภิกษุสงฆ์อาพาธของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และขออนุญาต ใช้นามแทนว่า “เขมกร” แทนชื่อจริงเพื่อมิให้ผู้ใดตำหนิว่าทำเพื่อ เจตนาเผยแพร่ตนเองหรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ด้วยเหตุอันบริสุทธิ์นี้ ขออำนาจแห่งพระรัตนตรัยจงเปิดตาเปิดใจให้คน รุ่นใหม่ และญาติของฉันได้มีความเข้าใจในทางที่ถูกเกี่ยวกับ ภพชาติและกรรมด้วยเถิด
บุญอันใดๆ ที่เกิดขึ้นแล้วแก่ผู้อ่านหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียน ขอกราบบูชาแด่พระบรมครูสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอาจารย์หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ บิดามารดา ครูบาอาจารย์ ท่านผู้มีพระคุณทุกท่าน และดวงวิญญาณทุกดวงที่เกี่ยวข้องกัน


‘‘เขมกร”
สิงหาคม ๒๕๕๐



บทความนี้โดย admin


เยี่ยมมาก

โอ้โหสุดยอด

จัดไปอย่าให้ขาด

ทำไปได้

ไม่รู้เรื่อง

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง