ฝึกเดินจงกรม

เข้าชม/อ่าน 39 ครั้ง 2011-12-27 21:53 |เลือกหมวดหมู่:เรื่องราวน่าสนใจ|คีย์เวิร์ด:ฝึกเดินจงกรม


มีหลายคน อยากฝึกเดินจงกรม 
๑)  เดินจงกรม  ไม่ใช่  จงกลม  เป็นวงกลมนะครับ   อย่าเขียนผิด 
๒)  การเดินจงกรม มีอานิสงส์  ( ส เสือ การันต์ )  มากมาย  คือ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บไข้ง่ายๆ    เดินทางไกลได้ทนนานดี ทำความเพียรได้อดทนดี  (ไม่ขี้เกียจ ไม่ฟุ้งซ่าน  โดยเฉพาะ  ถ้าต้องนั่งสมาธิต่อ)   กระเพาะอาหรย่อยได้ดี  สมาธิที่ได้ขณะเดินแน่วแน่ได้นาน
๓)   จะให้ พระสงฆ์   ท่าน มาออกกำลังกาย เต้น แอโรบิก  รำมวยจีน  ฯลฯ ก็ดู ไม่สุภาพ    การเดินจงกรมนี่แหละสำคัญ   เมื่อกายแข็งแรง  ความเกียจคร้านก็ดีดออกไปได้ง่าย    หากกินอิ่ม  ไม่ทำงานหนัก  กลางคืนอาจจะฟุ้งซ่าน บ้ากามได้  หรือ กามขึ้นสมองได้   ยุ่งทั้งวัดแน่ๆ    
๔)  หมอจีน บอกว่า  ม้ามและกระเพาะอาหารแข็งแรง   ทำให้ไม่ฟุ้งซ่าน    การเดิน ทำให้อาหารย่อยได้ดี    
๕)  ถ้านั่งสมาธิ   โดยไม่เดินจงกรม  ผมเชื่อว่า   ทำให้ ฟุ้งซ่าน ได้ง่ายๆ     หลวงปู่ขาว อนาลโย ท่าน สอนให้  เดินจงกรม ๑ ชม  ยืน ๑๕ นาที  แล้วค่อยมานั่งสมาธิ ๑ ชม   จากนั้น  เดินจงกรม  ๑ ชมครึ่ง  ยืน ๑๕ นาที และ นั่งสมาธิ ๑ ชมครึ่ง    จากนั้น  เดินงจงกรม  ๒ ชม ยืน ๑๕ นาที   นั่งสมาธิ ๒ ชม  _   ลองทำดูนะ   จะพบว่า  นั่งสมาธิได้แน่วแน่ จิตนิ่ง ได้โดยง่าย   
๖)  การเดินจงกรม มีหลายแบบ แล้วแต่ สำนัก     ผมคงไม่บังอาจ วิจารณ์ว่าสำนักใดดีหรือไม่ดี    และ ไม่บังอาจไปสอน  ว่าแต่ละสำนัก เดินจงกรมอย่างไร    ท่านผู้อ่านต้อง ค้นคว้า   ไปสอบถามเอาเอง    ในgoogle มีรายชื่อ สำนักฝึก มากมาย  
๗)  ในความเห็นของผม    ผมว่า ฝึกของสำนักใดก็ดีทั้งนั้น    แต่ จากนี้ไป ผมจะ อธิบายในแนวทางที่ผม  เคยใช้มาก็แล้วกัน  
๘)  ผมเริ่มต้น จากการเดิน จงกรม   บนทางเดินจงกรม    ตามแนว ทิศตะวันออก ตะวันตก   ยาวประมาณ ๑๙ ก้าว  ขึ้นไป    ยิ่งยาวยิ่งดี       ถอดรองเท้าเดิน จะให้ความรู้สึกที่ดี     หัวและปลายจงกรม  เป็นจุดกลับตัว เลี้ยว  ให้แขนขวาอยู่ด้านใน   หรือ เลี้ยวกลับตัว ตามเข็มนาฬิกา      _ ถ้าเดินในป่า หรือ ป่าช้า      ที่หัวและปลายทางเดินจงกรม   จะมีเทียน จุดไว้   และ อาจจะมี แผ่นกันลม สังกะสีกันลม  ไม่ให้ทำให้เทียนดับ   _  โดยปกติ ที่หัวทางจงกรม  จะทำ ที่นั่งสมาธิเอาไว้ด้วย   
๙)  ในช่วงมือใหม่    ก่อนเดิน  ผม จะ ยืนสวดมนต์ก่อน ที่หัวทาง จงกรม  ( นะโม ๓ จบ และ อิติปิโสภควา ฯ )  __  จากนั้น ก็  ตั้งสัจจะ ว่าจะเดินนานกี่นาที  เมื่อตั้งสัจจะแล้ว ก็ต้องทำให้ได้ อย่าขาด อย่าเกิน   เช่น  เดิน ๖๐ นาที  ยืน ๑๕ นาที  นั่ง ๑ ชม  __   ก็ทำให้ได้  (โดยประมาณ ผิดนิดหน่อยไม่เป็นไร)      มีนาฬิกาปลุกตั้งเวลาเอาไว้  ผิดพลาดนิดๆหน่อยไม่เป็นไร      ก่อนออกเดิน  ก็  น้อมระลึกพระคุณของพระรัตนตรัย  เอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง   
๑๐)  มือขวาทับมือซ้าย   มองไปข้างหน้า ก้มต่ำอย่างต่ำมาก (จะเครียด)  อย่าเงยมาก ( จะวอกแว่ก)   ผมจะมอง ประมาณ ๔๕ องศา_    เมื่อ  เดินก้าวเท้าขวา ออกไป   แตะพื้น กำหนดว่า "พุทธ"    เท้าซ้ายแตะพื้นกำหนดว่า "โธ"   __  ไม่จำเป็นต้อง สอดคล้องกับ ลมหายใจเข้าออกก็ได้   _  เมื่อไปถึงปลายทาง   ( ถ้าเดินรอบวัด  รอบองค์พระใหญ่   รอบอุโยสถ    เป็นวงใหญ่ๆ   ก็อาจจะไม่มีหัวและท้ายทาง)  ก็กลับตัว   หัันตัวตามเข็มนาฬิกา  
๑๑) ในช่วงแรกๆ จะอึดอัด เบื่อหน่าย   ความคิดต่างๆรุมเข้ามามาก   ก็ จง หายใจเข้าสบายๆ  หายใจออกสบายๆ  กำหนดรู้ที่เท้าต่อไป    บริกรรมพุทธโธ ตามจังหวะแตะของเท้า  _   ทำใจให้สงบ  ไม่ต้องเกร็ง  ไม่ต้องคิดไปในอนาคต เมื่อไรจะครบเวลา   ไม่ต้องตั้งคำถาม ทำไปทำไม   ทำผิดหรือเปล่า    _ สร้างตัวรู้  เดินๆๆๆๆ  พุทธโธ   _  
๑๒) ครบ ๑ ชม  ( มือใหม่ ๑๕ นาที ก็ได้  แล้ว ค่อยๆเพิ่ม)   โดยประมาณ    ให้ มายืน  ที่หัวจงกรม ยืน  มือขวาทับมือซ้าย  ยืนนิ่งๆ  ช่วงนี้ จะเห็น ลมหายใจกระทบบริเวณหน้ารูจมูกชัด   หัวใจเต้นก็รู้ชัด   ให้ กายรู้ๆๆๆๆๆ   ไม่ต้องไปคิด     บริกรรมพุทธโธ  หายใจเข้ากำหนด พุทธ  หายใจออก กำหนด โธ  _  จนครบ ๑๕ นาที ( มือใหม่ สัก ๓ นาที  และ เพิ่มขึ้นวันหน้า)  
๑๓)  เมื่อ ครบกำหนด ที่ยืนแล้ว  ก็นั่งสมาธิ     ดูลมหายใจเข้ากำหนด พุทธ  หายใจออก กำหนด โธ _   นั่งดูลมหายใจ ณ  ที่หัวทางเดินจงกรมนั้นแหละ       ระยะเวลาตามที่กำหนดสัจจะไว้  เช่น ๑ ชม หรือ ๑๕ นาที สำหรับมือใหม่   
๑๔) เมื่อ  เดิน ๑ ชม  ยืน ๑๕ นาที  และ นั่งสมาธิ ๑ ชมแล้ว   ถ้าจะเลิก  ผมก็ จะ กรวดน้ำ  แผ่เมตตา 
๑๕)  ถ้าเป็น เวลาทำงาน   อยู่ท่ทำงาน อยู่บ้านไปเที่ยว    _  ถ้าไม่มีใครมาชวนคุย    ตอนเดิน ไปไปไหนมาไหน  ไปห้องน้ำ ไปเก็บของ   ไปโรงอาหาร ฯลฯ   ทุกก้าวที่ผมเดิน จะกำหนด พุทธโธ   ขวาพุทธ ซ้ายโธ   ตลอด      ทำแบบนี้ เป็นปี   
๑๖) ถ้ามีคนเดินไปด้วย  ก็ กำหนดรู้ๆๆๆๆ  ที่เท้าได้    แต่ ไม่ต้อง บริกรรม พุทธโธ 
๑๗) ฝึกบ่อยๆ   จน กลายเป็น ออโต้   และ  คำบริกรรม "พุทธโธ" จะหายไปเอง     เกิดเป็นตัวรู้ แบบออโต้  มาแทน  
๑๘)  การเล่นกีตาร์    เรา  ใช้มือหนึ่ง จับคอร์ด  กดสาย  อีกมือหนึ่งดีดทำนอง หรือเกาสาย    ปากเราก็ร้อง  สมองเราก็คิดได้   _   เป็นการทำ ที่ ดูเหมือนจะพร้อมๆกัน   แต่  จริงๆแล้ว ไม่พร้อมกัน เพียงแต่เราซ้อมๆๆๆ จนชำนาญ สลับไปมาอย่างรวดเร็ว เป็นเสี้ยววินาที     จับคอร์ด ดีดสาย  ร้อง และ คิด  _   ดังนั้น   ในชีวิตประจำวัน   ก็เช่นกัน   รู้กาย ไปด้วย  รักษาจิตให้เบาๆสบายๆไปด้วย   รู้ว่ากำลังคิดเรื่องอะไร   เปลี่ยนเรื่องคิดก็รู้   ตั้งใจคิดเรื่องอะไรก็รู้    โดนความคิดที่ไม่ตั้งใจมาแทรกแซง มาเบี่ยงประเด็นก็ให้รู้ๆๆๆ เท่าทัน    เราสามารถ   "รู้ตัวทั่วพร้อม ทำใจให้โล่งๆ และ รู้ทันความคิด"   ๓ อย่างนี้พร้อมกันได้  
๑๙)  พระพุทธเจ้า และ หลวงปู่หลวงพ่อ สงฆ์สาวกทั้งหลาย แม้น บรรลุธรรมแล้ว   หมดทุกข์แล้ว   ท่านก็ยังทรงเดินจงกรม    ท่านทรงเดินเพื่อเป็นตัวอย่าง  ทรงเดินเพื่อให้แข็งแรง   ฯลฯ  
๒๐) จากประสบการณ์ของผม  คนที่ จู่ๆ  นั่งสมาธิเลย  โดยไม่เดินจงกรม    โอกาสที่จะปวดเมื่อย หาเรื่องเลิกนั่งสมาธิ  มีสูงมาก    และ พวกเราหลายคนคิดๆๆๆๆๆๆ   คิดมาก  ควรเดินจงกรมให้มากๆๆๆๆ   ลดความคิด ลดความฟุ้งซ่าน   เปิดโอกาสให้ "กาย" ได้ รู้ๆๆๆ บ้าง     ให้ "ใจ" ได้รู้ๆๆๆๆๆๆ        ทั้งชีวิต  ไม่รู้กี่ล้านๆๆชาติ  ปล่อยให้ "คิด" บดบัง  ตัวรู้ กาย  ตัวรู้ใจมานานแสนนาน   จนหลงตายหลงเกิด อยู่นั่นแหละ 
๒๑)  ถ้าเดินจงกรมในป่าช้าบ่อยๆ       ก็จะช่วยให้ เห็น การทำงานของจิต และ ความคิด    ชัดขึ้น   เห็นความคิดจร (ความคิดที่ไม่ได้เชื้อเชิญให้คิด  ความคิดแทรก ความคิดพาออกนอกเรื่อง ฯลฯ)     เห็นความคิดเข้าไปทำให้จิตเกิดอารมณ์ ได้อย่างไร    จิตก่อตัวขึ้นยังไง  รู้เท่าทันความคิดปรุงแต่ง     เห็นการทำงานของความคิดในขณะที่จิตเกิดอาการกลัวผี    เห็นการปรุงแต่ง  การยึดมั่นถือมั่น  เห็นอุปาทาน (การยึดมั่นถือมั่น)   เห็นการทำงานของ ขันธ์ ๕   ตัวกูของกู   หลงในรูป  ในเวทนา  อคติ ลำเอียง สงสัย    ยึดในสัญญา    จดจำ ทึกทักเอาเอง  จนเกิด ออโต้ผลักไส  ออโต้เกลียดกลัว  ออโต้คิดเองเออเอง   คิดปรุงแต่ง  (สังขาร)  คิดเอง ตีความเอง   ฯลฯ         
๒๒) ตอนผมป่วย นอนบนเตียง  เดินไม่ได้  มือก็ขยับไม่ได้ ๖ สัปดาห์    _   ผมใช้ ปลายเท้า หรือ อวัยวะที่ขยับได้  กำหนดยกขึ้นลง  ยกขึ้นกำหนดพุทธ  ยกลงกำหนดโธ  _   หาเรื่องฝึกๆๆๆๆๆ   อย่าเบื่อหน่ายที่จะฝึก    จงฝึกๆๆๆๆ      ทำไปเรื่อยๆๆๆ ก่อเหตุดีไว้ ไม่ค้องกลัวว่าจะไม่เห็นผล     มั่นใจในทางที่เดิน ได้ผลแน่นอน  
๒๓)ผม เคยเดินในป่า    ที่ไม่ค่อยมีผู้คน   ในถ้ำ  เดินจงกรมดึกๆ ก็เคย_      จะมีกลิ่นหอมโบราณ  หอมจัดบ้าง หอมอ่อนหวานบ้าง      เมื่อไปถามพ่อแม่ครูอาจารย์  ท่านก็เมตตาบอกว่า  เป็นกลิ่นเครื่องหอมของหอมธูปหอม ที่เทวดาเข้า  จุดให้เราได้กลิ่น  บางทีหอมตั้งแต่หัวค่ำยันสว่างก็มี      พวกเทพดทวา  ท่านให้กลิ่นมา เป็นกำลังใจให้เรา  ฝึกๆๆๆ   พวกเขาก็ได้  สาธุ  อนุโมทนา ได้บุญไปด้วย    ดังนั้น ก่อน เดินจงกรม  ยืนและนั่งสมาธิ    ผมก็มัก จะบอกกล่าว แผ่เมตตาให้ เหล่ากองเชียร์    ผมกำหนดว่า ทุกก้าวที่ข้าพเจ้าเดิน คือ บุญกุศลทุกชาติของข้าพเจ้าที่อุทิศให้ พ่อแม่ ครูอาจารย์ ผู้มีพระคุณ  เทพเทวาทุกชั้น  และ พรหมทุกชั้น  เจ้ากรรมนายเวรทุกชาติ สรรพสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ  นั่นคืิอ เดินหลายก้าว   พวกเขาก้ได้บุญมากมาย ตามไปดวย เป็นทวีคูณ  
๒๔)  เมื่อฝึกๆๆ จนชำนาญ   จะเกิด สติรู้ๆๆแบบออโต้     รู้ทุกอิริยาบท  จะกินข้าว   พิมพ์งาน  ปัสสาวะ  รอรถเมล์  ขึ้นรถ ลงเรือ  วิ่ง เดิน  ฯลฯ  ก็ จะรู้ๆๆๆๆ     หายใจเข้าก็สบาย หายใจออกก็สบาย    ขยันทำงาน อดทนทำตามหน้าที่ได้จนสำเร็จ ฯลฯ
๒๕) ในภาพที่แนบมาด้วย (เดินบนกำแพงโบราณ   ปราสาทวัดภู  สปป ลาว)    ____     บ่อยครั้ง  ผมจะเดิน  ในทางที่แคบๆ สูงๆ เสียวๆ ต้องทรงตัว เลี้ยงตัวไม่ให้หล่น     เพราะ ช่วยให้  กำลังสติเพิ่ม   คือ  ตัวรู้มาอยู่ที่เท้ามากขึ้น   หายใจปกติ   ไม่หวาดกลัว  _  ในหลายๆสถานที่ปฏิบัติธรรม  มักมี สะพานแห่งสติ ให้ฝึก   
๒๖) ของพรรค์นี้ เขียนไปเหมือนโม้     แต่ ถ้าไม่ลอง   ไม่ฝึก ก็จะไม่รู้  เอาแต่ว่า ผมโม้อยู่ร่ำไป    ก่อนจะวิจารณ์ ก็ จงฝึกๆๆๆๆ      พวกเราติดนิสัยการศึกษายุคอุตสาหกรรม คือ คิดๆๆๆ  หาเหตุผล จนลืมฝึกไปก่อน   ค่อยๆรู้  ฝึกมากรู้มาก    _ มัวแต่ จะอ่านๆๆๆ   วิจารณ์ คิดเองเออเอง   รองานวิจัย รอสถิติ  _   ใช้แต่ฐานคิด   ๆๆๆ  ก็ยากจะเข้าใจ ศาสตร์ทางพุทธ ที่เป็น คลายๆกีฬา คือ ต้องฝึกๆๆๆๆ  อธิบายเป็น อักษร หรือ ถ้อยคำ ได้ยากมากๆๆๆๆ _ ทำเอง จะรู้เอง _   มีครูอาจารย์ คอยชี้แนะและให้กำลังใจ    _   ก็พ้นทุกข์ได้    อย่าไปดูถุกตนเอง ว่า ยาก  ว่าทำไม่ได้เลยนะ  ___    
๒๗)  ขอให้ขยันๆๆๆๆๆ     ทุกท่านนะครับ  _  เอาใจช่วย  ทุกท่านครับ    

เครดิต ดร.วรภัทร ภู่เจริญ


อืม..ดีๆ ใช้ได้

ขำฮาตรึม

ซึ้งจังเลย

เห็นด้วยๆ

อะไรก็ไม่รู้

ความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

facelist

รหัสลับ เปลี่ยน