ค้นหา
ดู: 10686|ตอบ: 93
go

มีเรื่องมาเล่าที่น่าแปลก อัศจรรย์ กับ อัมพฤกษ์ อัมพาต

Rank: 1

amonzzz โพสต์เมื่อ 2009-8-5 13:59 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
มีเรื่องราวที่น่าแปลก และน่าตื่นเต้น พิศวงมาก มาเล่าให้เพื่อนๆ วิชญาณัมได้รับรู้กัน
ขอเริ่มที่ ผมได้ไปรักษาอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท (ผมเป็นโรคนี้มามากกว่า 7ปีแล้ว) จากหมอนวดแผนโบราณท่านนึงที่หนามแดง ปากน้ำ (ได้พบหมดนวดท่านนี้โดยบังเอิญ) แต่ไปนวดรักษามาหลายครา ก็ได้แต่ดีขึ้นมากแต่ไม่หายขาด เลยต้องพึ่งวิชาไพ่ยิปซีจากเพื่อนๆเราในสำนักก็มีน้องโจ้ กับ น้องป๊อป พยากรณ์ให้ว่าจะรักษาไม่หายขาด แค่พอทุเลาเท่านั้น เลยปรึษากันว่าจะเปิดไพ่ถามอย่างไรถึงจะได้คำตอบในการรักษาที่ถูกต้อง ไพ่บอกว่าจะต้องทำบุญครับ
คำถาม ผมจะทำบุญอะไรดีครับถึงจะแก้กรรมในครั้งนี้เพื่อจะได้รักษาอาการปวดหลังที่เป็นอยู่หายได้
ไพ่ที่ขึ้นมาก็คือ Death ครับ ก็พยากรณ์ว่า ให้ไปทำบุญเกี่ยวกับความตายครับ เช่น ทำบุญโรงศพ
ผมเลยได้ไปทำบุญโรงศพครับ

มาต่อตอนต่อไปนะครับ
14.jpg

Rank: 8Rank: 8

Medal No.3 Medal No.2 Medal No.1

JingJo โพสต์เมื่อ 2009-8-5 18:47 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด JingJo เมื่อ 2009-8-5 20:20

ถามว่าตอนนี้ที่พี่ไปรักษาเรื่องเส้นเอ็นเส้นประสาทหลังที่หนามแดงจะรักษาหายป่าว

Untitled-1.jpg


    เปิดขึ้นมาใบแรกไพ่พระ หมายถึงสถานที่รักษาหรือการรักษานั้นเป็นสำนัก โรงพยาบาล หรือที่ๆมีคนไปหามากๆเป็นที่ๆ ศักสิทธิ์ก็ได้
หมายถึงผู้ช่วยเหลือด้วย คือมีคนแนะนำคนใจบุญ
ไพ่ Hermit คือการแสวงหาหรือคิดว่านี่คือที่พึ่งที่เราหามานาน หรือการรักษาเป็นแบบโบราณคนรักษาเป็นคนแก่ มีฤาษีมารักษาด้วยใบกลางมันก็จะบอกเรื่องที่กำลังดำเนินไป
ใบสุดท้ายมักเป็นสรุป
Fool
ก็คือไม่รู้อะไรเลย ที่ไปครั้งนี้ไปลองดู ไม่เคยลอง เป็นวิธีใหม่
อันนี้เป็นภายใน ถ้าภายนอกก็ทายว่าอาการจะดีขึ้น
แต่เค้าอาจมีกฏข้อห้าม ว่าให้ทำหรือห้ามทำอะไรไม่งั้นไม่หาย หรือกลับมาเป็นใหม่เป็นเรื่องที่ต้องคองประคองหรือดูแลตลอด

มีคนแนะนำให้ไปรักษาอีกที่แถวรามอินทราจะไปรักษาแล้วจะหายป่าว


Untitled-2.jpg


    ที่นี้เป็นแบบธรรมชาติบำบัด
ควีนดาบหมายถึงบุคคล ก็ทายไปตามลักษณะ
เคร่งเครียด จริงจัง
ผิวคล้ำกร้านหรือไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไร
ใบสุดท้ายบอกว่า พี่จะไม่ประทับใจอันนี้ไม่ดี
นอกจากไม่หายแล้วอาจเจ็บหนักกว่าเก่า
เป็นความผิดหวัง หรือเป็นความรู้สึกว่าอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไข



ที่พี่รักษานี่แค่บรรเทาใช่ป่าวแล้วมันเป็นกรรมเก่าที่ต้องรับป่าว
Untitled-3.jpg


มันไม่ใช่กรรมปวดหลังแต่มันเป็นกรรมที่บังคับให้พี่ต้องคอยรักษาอยู่เรื่อยๆ
เหมือนคนจับดาบสู้อยู่ตลอดเวลา ปล่อยดาบไม่ได้ ก็คงเหมือนกับการไปรักษาตามที่ต่างๆ หรือวิธีต่างๆลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ต้องเหนื่อยกับการรักษามาก
อาจเป็นกรรมเรื่องนี้มากกว่ากรรมปวดหลังมั้งเดาเอา เช่นเคยหลอกคนหรือเคยรักษาคนอื่นแบบผิดๆทำให้เค้าเดือนร้อนก็ได้มั้ง


ถ้าไปทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวรแล้วจะรักษาหายป่าว
TheWorld.jpg


ไพ่ World เป็นไพ่ใบสุดท้ายเป็นเรื่องการเดินทางมาจนสุดทาง
เป็นไพ่"ถึงที่สุด" ถึงจุดหมาย
จากรูปก็เป็นลักษณะปลอดโปร่งสบาย ไม่มีพันธนาการ
ถามว่าจะหายมั้ยก็ตอบว่าหาย เพราะมันสุดแล้วทำทุกอย่างครบแล้ว หมดพันธนาการแล้ว

โจ้ - เปิดไพ่
ป๊อป - ทำนาย

Rank: 1

amonzzz โพสต์เมื่อ 2009-8-5 21:11 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

มาเล่าต่อนะครับ

หลังจากนั้นสองวันครับผมก็ได้โทรไปหาพี่ฤดี และถามถึงพระอาจารย์จรูญ จนฺทสโร ( คือพระที่ได้เขียนตำราที่อาจารย์ยักษ์ และ ลูกศิษย์ตามหากัน จนพี่ฤดีพบว่าวัดท่านอยู่ที่จ.กาญจนบุรี แต่ไม่สามารถติดต่อได้ และ ไม่ได้ตามกันต่อเลย ) พี่ฤดีบอกว่าติดต่อท่านไม่ได้เลย มีแต่เบอร์ของน้องของพระจรูญ ให้ผมลองเอาไปโทรถามดูเผื่อจะได้ความบ้าง เมื่อได้เบอร์มาผมก็โทรไปเจอน้องคนที่บอก ถามถึงพระอาจารย์จรูญ ท่านบอกว่าไม่ได้ติดต่อเลยแต่เดี๋ยวจะตามให้ แล้วจะติดต่อกลับแต่ไม่ทราบว่าเมื่อไร  

หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นก็โทรมาหาผม ให้เบอร์ติดต่อที่วัด และท่านได้เล่าถึงว่าพระอาจารย์จรูญสามารถรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ และ โรคเกี่ยวกับอัมพฤกษ์ อัมพาต และ ยังปรุงยาสมุนไพรอีกด้วย ผมจึงสนใจที่จะไปรักษาอย่างมาก  ท่านบอกให้ผมโทรไปหาเลยพระอาจารย์จรูญรออยู่ ผมเลยโทรไปหาท่านทันที่ เวลานั้นเป็นเวลา สิบโมงกว่าๆ เกือบสิบเอ็ดโมงเช้า ท่านรับสายและได้พูดคุยกัน
ถึงเรื่องหนังสือที่ตามหา ท่านบอกว่ามันหมดไปแล้วและไม่มีเหลือแล้ว ที่วัดก็ไม่มีเก็บไว้เลย ผมก็ไม่ค่อยได้สนใจหนังสือเท่าไร สนใจแต่จะถามเรื่องรักษาหลัง จึงถามท่าน ท่านบอกว่ารักษาหายได้สบายมาก "แต่โยมนะจะไม่สบายนะ การรักษามันต้องเอาหวายตีที่โยมเจ็บ"
ถามผมว่าทนได้ป่าวล่ะ มันไม่เจ็บมากหรอก มาลองดู มาเดี๋ยวนี้เลยนะขับรถแป๋บเดียวสองชั่วโมงก็ถึงแล้ว ผมเลยรับปากว่าจะไปเดี๋ยวนั้น
ผมขับรถกลับบ้านแล้วก็เตรียมกางเกงขาสั้น รับแฟนบอกให้แฟนไปรักษาด้วย (เนื่องจากเธอเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม เวลาเดินยกเข่าขึ้นบันไดจะเจ็บแปล๊บๆ ปวดเข่ามาตลอด จนหมอบอกว่าจะต้องผ่าเปลี่ยนข้อเข่า) ไม่เร็วอย่างท่านว่าสองชั่วโมง ผมใช้เวลาสามชั่วโมงก็ถึงที่วัด


เวลานั้นประมาณบ่ายสองโมงครับ จำได้ดีมาถึงก็กราบนมัสการพระอาจารย์จรูญ
และพูดคุยกันได้ซักพักใหญ่ท่านก็ให้เปลี่ยนเสื้อผ้า และมานั่งลงกลางลานในศาลาเตรียมที่จะรักษาอาการปวดหลังของผมที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมมาทับเส้นประสาทที่ขาทั้งสองข้าง
ที่มีวิธีเดียวที่จะรักษาหายได้โดยแพทย์แผนปัจจุบันก็คือ เปลี่ยนหมอนรองกระดูกก้อนใหม่ ซึ่งผมไม่ยอมเปลี่ยนครับ

เมื่อเตรียมตัวเตรียมใจแล้วท่านบอกว่า
พระอาจารย์ : วันนี้ลองแค่นิดหน่อยก่อนนะเอาที่เราพอทดลองดูได้ก่อน ถ้าดีแล้วมั่นใจแล้วค่อยรักษาแบบเยอะๆ เอาวันนี้แค่พอสังเขป ตีที่ไหล่ก่อนนะ เพราะไหล่เจ็บมากเหมือนกัน

ผม:  ได้ครับพระอาจารย์

ตามกันมาเลยครับมาดูวิธีรักษาแบบที่ทุกท่านคงไม่เคยพบเคยเห็นที่ไหนมาก่อนครับ
ท่านเริ่มทาน้ำมันสมุนไพรที่ผิวบริเวณที่จะตี แล้วเริ่มตีด้วยไม้หวายไล่ไปเรื่อยๆเลยครับ

IMG_3272.jpg


รูปนี้โดนตีด้วยไม้หวาย ทาน้ำมันสมุนไพรที่ผิว

IMG_3275.jpg


IMG_3284.jpg


เวลาตีไปผมก็เจ็บไปครับแต่ทนได้แบบไม้ตีไปก็เจ็บธรรมดาไม่มากมายอะไร ระหว่างนั้นก็จะเริ่มเจ็บมากขึ้นและเจ็บแบบแสบๆลงไปในกระดูกเมื่อบริเวณนั้นมีพิษมากครับ  ถามพระอาจารย์บอกว่า พิษมันออกมาจากกระดูก ผังผืด เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ท่านว่าพิษมาจากที่เราทานอาหารเข้าไป มันไปสะสมอยู่
เมื่อบริกรรมคาถา และตีลงไป พิษมันจะขึ้นมาเป็นสีดำๆเทาๆเลย ไม่เชื่อโยมลองหันไปดูซิ
ผมก็หันไปดู แฟนผมก็ถ่ายรูปอย่างเดียวแล้วก็ตกใจไปเรื่อย เพราะมันขึ้นมาที่ผิวดำไปหมดเลย

IMG_3285.jpg

ลองดูที่รูปครับ บริเวณที่มีพิษมันจะดำขึ้นมา ถ้าไม่มีจะแดงเฉยๆ

IMG_3286.jpg


ไหล่อีกข้างผมไม่เจ็บเท่าไร จากรูปจะเห็นว่าไม่ค่อยดำเลยครับ

ต่อตอนหน้านะครับ

Rank: 8Rank: 8

Medal No.3 Medal No.2 Medal No.1

JingJo โพสต์เมื่อ 2009-8-5 21:14 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ต่อเลยครับพี่น้อง

Rank: 1

amonzzz โพสต์เมื่อ 2009-8-5 21:43 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ต่อครับ

จากที่เห็นนะครับผมจะเจ็บบริเวณผิวหนังครับ ท่านก็บอกให้ยกไหล่ดูยกแขนดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง ปรากฎว่าที่ผมเจ็บในหัวไหล่กับไหล่ภายใน
หายเจ็บเลยครับ ทันทีเลย แต่เจ็บบริเวณผิวหนังที่ถูกไม้ตีแทน ท่านบอกว่าสี่ห้าวันก็จะหายเอง รอยดำๆก็จะหายไปด้วย

จากนั้นก็ถึงคราวแฟนผมบ้างครับ ตามมาดูรูปเลยดีกว่า วิธีรักษาก็เหมือนกันครับ

IMG_3287.jpg

เริ่มตีที่เข่าครับ เหมือนกันครับเจ็บครับ

IMG_3291.jpg


IMG_3293.jpg

เห็นสีดำที่มันผุดขึ้นมาเลยครับ ตีไปแค่ไม่กี่ทีเองก็ผุดดำขึ้นมาเลยครับ

IMG_3295.jpg


รูปนี้ด้านหลังตรงข้อพับครับ ถึงกับน้ำตาไหลเลยครับ

หลังจากนั้นท่านก็บอกว่าลุกขึ้นยืนซิ
งอเขาซิหายหรือยัง ปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ดูว่าหายหรือยัง
ปรากฎว่า หายเจ็บแปล๊บๆ และ หายปวดในเข่าทันทีเลยที่ตีเสร็จครับ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ ตอนแรกที่ผมโดนตีแฟนผมไม่ยอมรักษาครับกลัวเจ็บ
ต้องกล่อมกันอยู่นาน พอตีไปก็ร้องไป รักษาเสร็จก็หายเจ็บเลย คุ้มกับการโดนตีมากครับ

จากนั้นก็นั่งคุยเรื่อยเปื่อยถึง เรื่องราวต่างๆของท่านและ เรื่องราวที่ท่านเขียนหนังสือ เรื่องการรักษา
และยังอีกมากมายจะทะยอยนำมาลงเรื่องๆนะครับ
ยังมีเรื่องเล่าที่ปฎิหาร อีกมากครับ เช่นมนต์เรียกเนื้อ เรียกปลา วิชาย่นระยะทาง น่าสนใจมากมายครับ
ต่อตอนหน้านะครับ ผมยังต้องไปรักษาโดยวิธีตีที่อื่นๆของร่างกายอีกครับอีกครับ

Rank: 5Rank: 5

Medal No.1

pop โพสต์เมื่อ 2009-8-5 21:52 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
โห น่ากัว
อย่าลืม update ต่อนะคับ

Rank: 5Rank: 5

pucca โพสต์เมื่อ 2009-8-5 22:49 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
เอาอีกค่ะ คุณต้น น่าสนใจอ่ะ จะไปอีกเมื่อไหร่ค่ะเนี้ยะ

VIP

Rank: 4

ฤดี โพสต์เมื่อ 2009-8-5 23:52 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ต้นน่าสนใจคะ.อย่าลืมโพสต่อนะคะ.ของจริงอ่ะคะ.ไม่มีตัดต่อ.
เด๋วคณะของเราขอติดตามไปด้วยอะคะชื่อวัดอะไร.แล้วอ.หนองปรืองอยู่ถึงกาญจนบุรีใช่ไหมคะ

Rank: 5Rank: 5

Ing-oiy โพสต์เมื่อ 2009-8-6 18:47 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
เมื่อไรจะ update นะ พี่ต้น

อยากดู

Rank: 1

อิง โพสต์เมื่อ 2009-8-6 22:28 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
อยากรู้ว่าพี่เขาจะหายเลยไหม หายขาดไหม ถ้าหายขาดก็แหล่มเลย

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

admin โพสต์เมื่อ 2009-8-7 00:00 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
อยากรู้ว่าพี่เขาจะหายเลยไหม หายขาดไหม ถ้าหายขาดก็แหล่มเลย
ต้นฉบับโพสโดย อิง เมื่อ 2009-8-6 22:28


พี่ก็อยากรู้เหมือนกันนะว่าหายขาดหรือป่าว

แต่ตอนนี้ตั้งแต่ไปรักษามาก็สองเดือนกว่าแล้ว ถึงจะมาโพส เนื่องจากตัวเองไปรับการรักษามาต่อเนื่องจนมั่นใจว่าตอนนี้หายเกือบ90% ที่เหลืออีก10% ต้องทานยาขับพิษอีกหน่อยก็จะหาย แล้วจะมาโพสบอกถึงสาเหตุแห่งโรค และ วิธีรักษาว่ามีวิธีอะไรทำไมต้องเป็นแบบนั้นให้เข้าใจอีกทีนะ กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ อยากจะให้เข้าใจถึงเหตุและผลของการรักษา

ปัจจุบันจากที่เคยมีความเจ็บปวด นั่งไม่ได้นาน เดินไม่ได้นาน จะปวดหลังมากเลย เดี๋ยวนี้ไม่มีความรู้สึกต่างๆเหล่านั้นแล้ว จุดที่ปวดที่เคย MRI มา ตอนนี้ไม่รู้สึกปวดอีกเลย ก็ต้องรอพิสูจน์กันต่อไปว่าจะกลับมาเป็นอีกหรือป่าว

แล้วจะโพสอีกมาก ยังมีเคสของผู้ที่มารับการรักษาอื่นๆอีกมากที่เก็บข้อมูลไว้ เป็นทั้งvdo และ รูปจะทะยอยโพสไปเรื่อยๆนะครับ รอติดตามต่อไปนะครับ และ ถ้าใครมีคนรู้จักที่ต้องทนทุกข์อยู่กับโรคต่างๆที่เกี่ยวข้องนี้ อยากจะช่วยเหลือกันก็ติดต่อมาได้นะครับ การรับรักษาจากพระอาจารย์จรูญไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นครับ
ช่วงนี้ไม่ว่าง แต่จิตว่าง ว่าง ว่าง

Rank: 1

amonzzz โพสต์เมื่อ 2009-8-8 02:44 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
มาเล่าต่อนะครับ

หลังจากนั้นก็มารอให้อาการเจ็บที่ระบบบริเวณผิวหนังหาย ก็จะใช้เวลาประมาณ 3วันได้ก็เริ่มทุเลาลง สีของผิวก็เปลี่ยนไปจากที่สีดำก็เริ่มจางลงไปเรื่อยๆ
พอครบ7วันก็หายเป็นปลิดทิ้ง และสีผิวก็เริ่มจางเกือบเป็นปกติ ส่วนที่เป็นน้อยก็จางเกือบหาย ส่วนที่เป็นมากพิษยังออกไม่หมดก็ยังคงทิ้งรอยชัดอยู่

IMG_3307.jpg
IMG_3330.jpg


จากนั้นก็เริ่มการรักษาส่วนที่สำคัญสำหรับผมแล้วครับ นั้นคือช่วงเอว ที่ภายในนั้นคือกระดูกสันหลังที่มีหมอนรองกระดูกเสื่อมอยู่ข้อนึง ทำให้หมอนรองกระดูกไปกดทับเส้นประสาท และส่งผลให้ชาไปตามขาทั้งสองข้าง ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ส่งผลให้ปลายประสาทชาไปด้วย ถ้าคนที่เคยเป็นโรคนี้จะรู้ดีว่า เมื่อได้รับการตรวจรักษาด้วยแพทย์ ท่านจะให้นอนลงและจะยกขาเราขึ้นไปเรื่อยๆ จนรู้สึกตึงและชา เอาเข็มหรือไม้เล็กๆมาทิ้มบริเวณผิวหนังของเราไปตามขาแต่ละข้างที่แสดงอาการชา ปวดเมื่อย เราจะมีความรู้สึกเจ็บน้อยลง จนบางคนเริ่มที่จะไม่เจ็บแล้ว ตรงบริเวณเอวของผมนั้นทุกวันผมจะรู้สึกถึงมันเสมอๆ ว่าเจ็บแปล๊บออกมา บางครั้งก็ต้องคอยเอามือกด ทุบบริเวณเอวบ่อยๆครั้ง นั่งก็ต้องคอยเปลี่ยนท่าทางเอามือกดเอวจนเป็นที่น่ารำคาญ

มาดูรูปกันดีกว่าครับ เริ่มจากทาน้ำมันที่บริเวณเอวก่อนเลยครับ

IMG_3297.jpg


IMG_3301.jpg


แล้วก็เริ่มตีครับ

IMG_3303.jpg


แล้วก็จะเห็นว่าพิษออกมาแล้วครับ

IMG_3309.jpg


สุดท้ายก็เป็นอย่าที่เห็นครับ ตีเสร็จก็ เอาเลยครับ ลุกขึ้นบิดตัวได้เลย หมุนเอวตามปกติ ครับดีเลยครับสุดยอด หายไปแล้ว ความรู้สึกที่เจอกับมันมาทุกเมื่อเชื่อวัน เกือบ7ปี มันหายไปแล้วครับ ไม่มีความรู้สึกแปล๊บอีกแล้วครับ มันหายไปเดี๋ยวนั้นเลยครับ เอามือไปจับดู กดดูก็รู้สึกว่าที่ผิวหนังบวมๆหน่อย และเจ็บที่ผิวที่ถูกตีครับ ก็ไม่มีไรมากเพราะเราเริ่มรู้แล้วว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร ก็เคยโดนตีอย่างนี้มาทีนึงแล้วนิครับ จากนั้นก็นั่งรอให้น้ำมันซึมเข้าผิวซักพักก็เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับบ้านครับ
ต้องกลับมาพักให้ผิวหายดีไม่ระบมก่อนครับ ค่อยกลับไปรักษาต่อในส่วนสุดท้ายคือขาครับ ขาที่ยังชาและปวดเมื่อยอยู่ ต้องทาเอามันทิ้งไปครับ คราวหน้า

Rank: 1

amonzzz โพสต์เมื่อ 2009-8-8 03:07 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
สาเหตุของโรคต่างๆที่เกิดขึ้น
คือการรับสารพิษ จากทั้งการกินอาหาร น้ำ และหายใจอากาศที่มีแต่มลพิษ เข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายเราทุกวันๆ จนแสดงอาการป่วยออกมาให้เห็น อาหารที่ได้รับการปรุงแต่จากเทคโนโลยีต่างๆ การปรุงที่ไม่ถูกวิธี ยาฆ่าแมลง ฮอโมนเร่งการเจริญเติบโต การปรับแต่งพันธุกรรม ปุ๋ยเคมี และอีกสารพัดที่เป็นพิษกับร่างกาย

ตามหลักการรักษา
ร่างกายคือธาตุสี่  โดยธาตุดินเป็นธาตุซึ่งทรงไว้   จะเกิดหวั่นไหวเพราะตรีธาตุ  คือ  ธาตุน้ำ  ธาตุไฟ  ธาตุลม  เมื่อสารพิษชนิดใดๆเข้าในกระแสธาตุ  น้ำย่อมสำแดงให้ ธาตุลมและธาตุไฟไม่สะดวกในการพัดไปมาในร่างกายจึงกลับเป็นตรีโทษเหตุ เพราะสารพิษเข้ากระแสธาตุน้ำแล้วกระทำให้ธาตุน้ำนั้นข้นเข้า จึงไปเกาะติดตามพังผืด กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ตามส่วนต่างๆของร่างกาย  จึงเป็นเหตุให้ธาตุลม และ ธาตุไฟเข้าร่วมเป็นปัจจัย  เมื่อนานเกินกำหนดเข้าจึงกระทำให้ธาตุดินหวั่นไหวตามไปด้วย  ซึ่งปรากฏโรคร้ายต่างๆขึ้น เช่น อัมพฤกษ์  อัมพาต  มะเร็ง  เบาหวาน  หัวใจ และอื่นๆ

การบำบัดคือ  
การขับสารพิษออกจากร่างกาย  แบ่งเป็นสองวิธีการคือ
  
1 การขับสารพิษให้ออกตามเหงื่อ  เป็นการบำบัดโดยเร่งด่วน การบำบัดด้วยวิธีนี้มีความเจ็บในขณะที่ทำการบำบัดแต่จะพิสูจน์ได้เร็วรู้ผลทันที เมื่อการรักษาจบส่วนสารพิษที่ออกมาดำๆทีผิวหนังจะทะยอยออกตามรูเส้นขนไปจนหมดในเวลาไม่กี่วัน ส่วนอาการที่เคยเจ็บปวดนั้นจะรู้สึกหายตั้งแต่เมื่อทำการบำบัดเสร็จ และหายไปนานจนกว่าจะรับสารพิษเข้าไปสะสมใหม่  แต่จะมีเงื่อนไขในการรักษาคือ คนไข้จะต้องไม่เป็นโรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจ

2 การบำบัดด้วยใช้ยาสมุนไพรขับสารพิษออกจากร่างกาย  พร้อมประคองธาตุ  ตามแบบแผนโบราณไทยที่ได้รับสืบทอดมาจากอาจารย์และตำราสมุนไพรต่างๆ
การบำบัดด้วยรับประทานยาขับสารพิษภายในนั้นจะใช้ควบคู่กับวิธีตีบำบัด ในกรณีที่เป็นในจุดที่ไม่สามารถจะใช้วิธีตีบำบัดได้ เช่นจุดอันตรายของชีวิต หรือ ภายใน และ โรคบางชนิด ต้องใช้ยาสมุนไพรบำบัดอย่างเดียวตามแผนโบราณ

Rank: 1

อิง โพสต์เมื่อ 2009-8-8 17:35 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ผมสนใจครับจะไปรักษาท่านได้อย่างไรต้องเตรียมอะไรไปบ้างครับ
ผมชาบ่อยๆตามแขนไปถึงปลายนิ้ว พึ่งจะมาเป็น ตอนนี้ทำกายภาพมาเดือนนึงแล้วยังไม่หายเลยครับ และก็ปวดกล้ามเนื้อบริเวณไหล่อีกข้าง เคยสแกนเมื่อหลายปีก่อนมีหินปูนจับหมอนรองกระดูกที่คอ c4 ครับแต่หมอสงสัยว่าอาจจะมีเพิ่มขึ้น เลยรอดูอาการอาจต้องเข้าอุโมงค์ mri อีกที เวลานอนทรมานมากเพราะมันชาทำให้หลับไม่สนิท หลับๆตื่นๆ

Rank: 1

amonzzz โพสต์เมื่อ 2009-8-9 14:55 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ผมสนใจครับจะไปรักษาท่านได้อย่างไรต้องเตรียมอะไรไปบ้างครับ
ผมชาบ่อยๆตามแขนไปถึงปลายนิ้ว พึ่งจะมาเป็น ต ...
ต้นฉบับโพสโดย อิง เมื่อ 8/8/2009 17:35

ท่านที่สนใจจะไปรักษาต้องไม่เป็นโรคเบาหวาน นะครับ ส่วนที่ต้องเตรียมไปคือ เสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง ถ้าต้องรักษาที่หลังและคอก็ไม่ต้องเตรียมอะไรไปเลยครับ เตรียมใจอย่างเดียวครับ

การรักษาของคุณอิงตามที่บอกอาการมา ก็จะต้องทำการตีรักษาที่หัวไหล่ และ ต้นคอ ถ้าชาไปที่ปลายนิ้วเลย ต้องตีไปที่แขนด้วย จะต้องผ่านจุดที่เจ็บมากอยู่จุดนึงครับคือท้องแขนด้านในครับ จะเจ็บมากหน่อย ตรงจุดนี้จะต้องทนเจ็บหน่อยครับ ที่อื่นๆก็ไม่เท่าไร แล้วยังไม่ต้องไป MRI ตรวจดูหรอกครับ สามารถไปรักษาได้เลย

แล้ววันที่ 12 สิงหาคมนี้พี่ฤดีได้ขอให้ผมพาไปเยี่ยมพระอาจารย์จรูญกัน มีไปกันหลายท่าน ถ้าว่างและพร้อมที่จะรักษา หรือจะไปให้ท่านตรวจดูก่อน ก็ไปพร้อมกันได้ครับ

Rank: 1

chat โพสต์เมื่อ 2009-8-9 16:30 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ตอนนี้คุณแม่เป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมค่ะ ทำให้ปวดต้นคอมาก ท่านเป็นมานานเป็นปีๆ แล้วค่ะ ทรมานมาก ไม่ทราบว่า จะไปรักษากับพระอาจารย์ได้มั้ยคะ

Rank: 1

amonzzz โพสต์เมื่อ 2009-8-9 16:45 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ตอนนี้คุณแม่เป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมค่ะ ทำให้ปวดต้นคอมาก ท่านเป็นมานานเป็นปีๆ แล้วค่ะ ทรมานมา ...
ต้นฉบับโพสโดย chat เมื่อ 9/8/2009 16:30


เบื้องต้นต้องถามก่อนว่ามีโรคเบาหวานหรือป่าวครับ และ เรื่องความดันด้วยครับ
ถ้าไม่มีก็สามารถไปตรวจรักษาได้ครับ การรักษาด้วยวิธีตี จะต้องไม่เป็นโรคดังกล่าว
มิเช่นนั้นรักษาไม่หายครับ

แต่มีวิธีการทานยาสมุนไพรเพื่อขับพิษ รักษาได้อีกวิธีครับ อันนี้ต้องไปหาพระอาจารย์เพื่อตรวจและปรุงยาให้เฉพาะบุคคลครับ

Rank: 1

amonzzz โพสต์เมื่อ 2009-8-9 20:34 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ท่านที่สนใจจะไปรักษากรุณาติดต่อผมได้นะครับ เวลา 10.00น.ถึง 18.00น. นะครับ
จะต้องนัดล่วงหน้าครับ และจัดคิว บางวันมีคนรักษาจำนวนมาก

การรักษาไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นนะครับ ถ้ามีใครแอบอ้างกรุณาแจ้งได้ครับผม

Rank: 1

system69 โพสต์เมื่อ 2009-8-10 11:32 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ ที่แจ้งข่าวสาร น่าสนใจมาก อาจจะต้องรบกวน โทรไปขอรายละเอียดนะครับ

Rank: 1

fxmlder โพสต์เมื่อ 2009-8-10 16:44 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณค่ะคุณฤดี ดิฉันไม่ได้อยู่ไทยค่ะ กำลังรอขายบ้านแล้วจะย้ายกลับไทย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกกี่เดือนถึงจะขายได้
จดเบอร์คุณต้นไว้แล้ว ถ้ามีโอกาสจะโทรไปสอบถามอีกครั้งค่ะ

Rank: 1

dee โพสต์เมื่อ 2009-8-10 21:01 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ถ้าเป็นโรคเก๊ารักษาไดไหมคะ พอดีพี่เขยเป็นโรคเก๊าอ่ะค่ะ

VIP

Rank: 4

doo โพสต์เมื่อ 2009-8-11 20:24 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณสำหรับข่าวสารดีๆ ค่ะพี่ต้น

Rank: 5Rank: 5

Medal No.1

อบ โพสต์เมื่อ 2009-8-13 11:02 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
อนุโมทนาในกุศลบุญด้วยค่ะ ถ้ามีโอกาสและวาสนา จะไปกราบท่านด้วยตัวเองค่ะ

Rank: 5Rank: 5

pucca โพสต์เมื่อ 2009-8-13 14:01 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด pucca เมื่อ 2009-8-13 14:08

ขออนุญาต แจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการเดินทางค่ะ

เงินที่เก็บได้จากสมาชิกรวมเดินทาง 4,400 บาท

ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

1. ค่ารถตู้                             1,500 บาท
2. ค่าน้ำมันรถ                       1,500 บาท
3. ค่าอาหาร                          1,000 บาท
4. ค่าทางด่วนประมาณ              200 บาท
5. ทิปคนขับ                             200 บาท
    รวม                                  4,400 บาท  (พอดีค่ะ)

ขอขอบคุณพี่ต้นที่เป็นผู้แนะนำสิ่งดีๆ และพาพวกเราทุกคนเดินทางไปพบกับหลวงพ่อ ผู้มีความเมตตาต่อเราทุกคนค่ะ และหากมีโอกาส ในครั้งหน้าเราจะขอร่วมเดินทางไปนมัสการหลวงพ่ออีกค่ะ

Rank: 5Rank: 5

pucca โพสต์เมื่อ 2009-8-13 15:03 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
สรุป ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปนมัสการพระอาจารย์จรูญ จนฺทสโร
จากการเดินทางไปนมัสการพระอาจารย์ ในวันที่ 12 ส.ค.52 มีรายจ่ายดังนี้
1. ค่ารถตู้                1,500 บาท
2. ค่าน้ำมันรถ           1,500 บาท
3. ค่าอาหารกลางวัน   1,000 บาท
4. ค่าทางด่วนประมาณ    200 บาท
5. ทิปคนขับรถ              200 บาท
   รวมค่าใช้จ่าย           4,400 บาท (พอดีกับที่เก็บจากสมาชิกรวมเดินทางค่ะ)

**** สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ ****

ขอบคุณ พระอาจารย์ที่ชี้ทางสว่างให้แก่สมาชิกร่วมเดินทาง
ขอบคุณ พี่ต้นที่ทำให้เราได้ไปนมัสการพระอาจารย์
ขอบคุณ สมาชิกร่วมเดินทางในครั้งนี้ ที่ทำให้เกิดการเดินทางสนุก
ขอบคุณ สิ่งศักดิ์ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง
และขอขอบคุณสิ่งดีที่ได้รับจากการเดินทางค่ะ

คราวหน้าเราจัดไปกันอีกน่ะค่ะ   ขอบคุณค่ะ

Rank: 5Rank: 5

Medal No.1

อบ โพสต์เมื่อ 2009-8-13 15:23 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
หนูปุ๊ก คนสวย จัดอีกรอบเมื่อไหร่คะ

Rank: 5Rank: 5

pucca โพสต์เมื่อ 2009-8-13 16:02 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แหม่ๆๆ พูดจาถูกใจ พี่อบคนงาม อยากไปเมื่อไหร่อ่ะ บอกมา เด๋วจัดให้เลยค่ะ

VIP

Rank: 4

ฤดี โพสต์เมื่อ 2009-8-13 19:02 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ทีมพวกเราที่ได้ไปกราบนมัสการพระอาจารย์จรูญ.ในวันที่๑๒สิงหานี้ นับได้ว่าสมกับวันที่รอคอยติดตามหาท่านมานานตั้งแต่ปลายมีนาคม.พวกเราได้รับความเมตตาสนทนาธรรมและชี้แนะศาสตร์ที่พวกเราศึกษากันอยู่ว่า ศาสตร์ทางด้านนี้มี๓สาขา
๑โหราศาสตร์
๒.ไสยศาสตร์
๓.พุทธศาสตร์
ทุกศาสตร์จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวโดยการฝึกสติปัฐฐาน๔ เราจะรู้แจ้งเห็นจริงได้ด้วยตัวเอง.
มี๓ท่านที่ได้รับการรักษา.พี่แดง.น้องอิงอ้อย.และพี่สาวปัทมา.ทุกท่านได้หนังสือธรรมะที่ท่านเขียนแจกและได้ยาสมุนไพรกลับมาคนละอย่าง
คนที่รักษาจะได้ยาถอนพิษ.พี่และต้นได้ยาแก้สารพิษเป็นผงป่นๆๆ.ท่านอื่นได้ยาลดไขมันและบำรุงเลือดฝากให้ผิวหน้านวลใสอ่อนกว่าวัย.มีคนกรุงเทพติดใจยาขนานนี้จากท่านกันมากคะ.เด๋วฤดีลองทานเห็นผลใน๑เดือนจะมาเล่าให้ฟังคะ.จะมีภาพที่พวกเราไปถ่ายกันตอนพระอาจารย์รักษาไว้จะมีการโพสนะคะ
ท้ายสุดขอบคุณน้องต้นที่นำข่าวสารดีๆๆมาให้พวกเราชาวสะพานเจ็ดดาวคะ.การไปครั้งนี้ถือเป็นการรวมกลุ่มกระชับสัมพันธ์ซึ่งนอกจากจะสร้างสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องแล้วได้นำแง่คิดและหลักการปฎิบัติที่เราเอามาใช้ในการดูดวงและดำเนินในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีคะ
ฝากถึงน้องดู๋..ว่าพวกพี่ๆๆคิดถึงให้หมั่นเข้าเวปคะจะชวนน้องไปกราบพระอาจารย์คะ

Rank: 1

อิง โพสต์เมื่อ 2009-8-13 22:58 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
อดไปเลยครับ รถเต็มก่อน เมื่อไหร่จัดอีกครับอยากไปรักษาบ้าง

Rank: 1

amonzzz โพสต์เมื่อ 2009-8-14 10:32 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

ขอชี้แจงเพื่อความเข้าใจ

ถ้าจะเขียนเป็นตัวหนังสือ เรื่องศาสตร์สื่อทำความเข้าใจดังนี้  โหราศาสตร์ เกิดก่อนพระพุทธศาสนา ไสยศาสตร์เกิดก่อนพระพุทธศาสนา ข้ออ้างอิง เรื่องโหราศาสตร์ พระอัญญาโกญฑัญญะเป็นผู้ทำนายเชายสิทธัตถะว่าต้องเป็นพระศาสดาเอกของโลกอย่างเดียว เป็นหลักฐานว่าโหราศาสตร์เกิดก่อนพระพุทธศาสนา เรื่องไสยศาสตร์ พวกฤษี นักสิทธิ วิทยาธร มีการแสดงอำนาจจิตรักษาโรคและแสดงปาฏิหาริย์โดยอำนาจจิต เป็นสิ่งยืนยันว่าไสยศาสตร์เกิดก่อนพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสตร์ ทรงค้นพบกลไกของจักรวาล พระพุทธเจ้าทรงเปิดความลับของจักรวาล " ในกัปล์นี้จะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ห้าพระองค์ " โดยจำแนกธรรมเป็นสองภาค คือ รูปธรรมภาคหนึ่ง นามธรรมภาคหนึ่ง ทั้งสองภาคเป็นวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อผู้ไดปฏิบัติตามคำสอนในสติปัฏฐานสี่ จะมีอยู่ขั้นหนึ่งก่อนเข้ามรรคผลนิพพาน จะพบกับสิ่งอัศจรรย์ คือ จะรู้เรื้องโหราศาสตร์ และ ไสยศาสตร์ ขึ้นมาเป็นธัมสัมปะยุติ " อัตตะโนมัต " ไม่สามารถจะแยกทั้งสองศาสตร์ออกจากพุทธศาสตร์ได้ จึงแสดงให้เห็นว่า ความสำคัญในโลกนี้มีอยู่เพียงสามศาสตร์ แต่ที่เป็นเลิศจริงๆคือพุทธศาสตร์ เพราะเป็นวิทยาศาสตร์ทั้งรูปธรรมนามธรรม วิทยาศาสตร์จึงเกิดทีหลังพระพุทธศาสนา

พระอธิการ จรูญ จนฺทสโร

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

admin โพสต์เมื่อ 2009-8-14 18:49 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
จากการเดินทางของคณะเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2552  นั้นผู้ที่ตั้งใจจะไปรักษามีเพียง 1 ท่านเท่านั้น
แต่เมื่อไปถึงแล้ว หลังจากได้ชมวิธีการรักษา ก็เลยขอรักษาเพิ่มอีกสองคน
ในวันนั้นขนาดจองคิวไว้ก่อนแล้วก็ยังมีคนไข้มารักษาก่อน โดนขอมารักษาแต่เช้า 5-6 ราย

ภาพจากกล้องท่านชาตรีมาชมกันครับ
DSC03498 (Large).jpg


DSC03509 (Large).jpg


DSC03510 (Large).jpg


DSC03530 (Large).jpg


DSC03531 (Large).jpg


ใครเป็นใครทายกันเอานะครับ
ช่วงนี้ไม่ว่าง แต่จิตว่าง ว่าง ว่าง

VIP

Rank: 4

ฤดี โพสต์เมื่อ 2009-8-14 21:34 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
เนื่องจากมีคนสนใจจะไปกราบพระคุณเจ้า เพื่อทำการรักษาและสนทนาธรรม จึงได้มีการนัดหมายว่าจะจัดรถตู้ไปอีก๑คัน เพราะคันแรกเต็มแล้ว
ใครที่สนใจจะไปกรุณาโพสลงกระทู้รับจำนวนจำกัดแค่๑๑ที่นั่งนะคะ.
เริ่มออกเดินทางวันเสาร์ที่๒๒ สิงหาค่ะ มีจุดรับสองที่ที่แถวอ่อนนุชตรงรถไฟฟ้า๑จุด และที่เดอะมอล์ท่าพระ๑จุด เริ่มพร้อมออกเดินทางประมาณ๗.๓๐น. ค่าใช้จ่ายเฉพาะค่ารถประมาณไม่เกิน๓๕๐บาทค่ะ อาหารเราจะแวะที่ศูนย์พักรถให้ทานกันค่ะ
ท่านใดสนใจลงชื่อกันมาเลยค่ะ.ปิดรับวันพฤหัสที่๒๐นะคะ

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

admin โพสต์เมื่อ 2009-8-14 22:18 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

ธัมมะของพระพุทธเจ้า ขอชี้แจงเพื่อความเข้าใจ ว่า สิ่งทั้งหลายในโลกมีสองฝ่าย คือ ฝ่ายกาย กับ ฝ่ายจิต จิตของคนและสัตว์ เรียกว่า จิต ส่วนจิตของวัตถุ เรียกว่าภูตะ จิตก็ดี ภูตะก็ดี เป็นพลังงาน ถ้าเป็นจิตหรือภูตะของเซลล์ หรือปรมาณู ก็เรียกว่าพลังงานปรมาณู ซึ่งมีแฝงอยู่ในกายและวัตถุทั่วไป พระพุทธเจ้าเป็นนักแยกธาตุชั้นเยี่ยมจนถึงวิมุตติ และจะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าทรงแยกธาตุด้วยพระปัญญา ตรัสรู้ก่อนนักวิทยาศาสตร์นับเป็นพันๆปี พระพุทธเจ้าทรงค้นพบกลไกของจักรวาลด้วยพระปัญญา และทรงทราบถึงพลังงานของปรมาณู จึงได้รวบรวมพลังงานเหล่านั้นสร้างเป็นระเบิด ทำลายกำแพงตัณหาจนละเอียดและเสด็จเข้าสู่พระนิพพานทางเจโตวิมุตติ แล้วทรงกลับมาเปิดเผยความลับของจักรวาลให้ชาวโลกรู้ ว่ากลไกตัวสำคัญคือ อนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา และได้ทรงแสดงสัจจะธรรมด้วยพระโวหาริย์ ให้เบญจะวัคคีเป็นครั้งแรก การตรัสรู้ของพระบรมศาสดาทำให้เกิดความรู้แห่งวิการทางจิต เป็นนักวิทยาศาสตร์บุคคลแรกในโลก
จิต หรือ ภูตะ และสรรพสิ่งทั้งหลาย ประกอบขึ้นด้วย ปรมาณูฉะนั้นส่วนที่เป็นวัตถุก็มีพลังงาน  ส่วนที่เป็นนามธรรมคือจิตก็มีพลังงานต่างกับนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามรวมพลังงานเพื่อทำลายโลก แต่พระบรมศาสดา รวบรวมพลังงานเพื่อทำลายกิเลสเข้าสู่สันติสุขที่แท้จริง คือ พระนิพพาน

หลวงพ่อจรูญ จนฺทสโร

ช่วงนี้ไม่ว่าง แต่จิตว่าง ว่าง ว่าง

VIP

Rank: 4

Kritika โพสต์เมื่อ 2009-8-15 13:15 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด Kritika เมื่อ 2009-8-15 13:23

อานิสงส์ของการเป็นผู้นำบุญ
ขึ้นชื่อว่า “บุญ” ย่อมมีทั้ง บุญทาน บุญศีล และบุญภาวนา  ซึ่งมีอานิสงส์สูงขึ้นไปตามลำดับ  การทำบุญเหล่านี้มีอานิสงส์เพียงใด  ผู้นำบุญ ผู้ชักชวนให้ทำบุญ และทำด้วยตนเองด้วย เป็นเสมือนผู้ส่องทางสว่างให้แก่ตนเองและแก่ผู้อื่น  ย่อมได้อานิสงส์เป็นทับทวี   

อยากทำคนเดียว

มีหลายท่านค่อยๆ ทยอยมาบอกว่า “ต้องการสร้างพระประธานในโบสถ์ จะทำคนเดียว”   คนนั้นก็มาบอกว่า “ขอทำคนเดียว”   คนนี้มาก็บอก “ขอทำคนเดียว”    แต่ก็ได้อธิบายไปกับบางท่านให้เข้าใจแล้วว่า   สำหรับพระประธานนั้นมีเพียงองค์เดียวในอุโบสถ เพราะฉะนั้นเรามาเฉลี่ยบุญกันเถอะ   ตั้งใจจะทำเท่าไรก็ทำเลย  ไม่มีใครว่าอะไร

อีกประการหนึ่ง ไม่ได้ให้มุ่งหมายแต่เพียงองค์พระเท่านั้น  ให้กินหมายรวมถึงฐานพระและสิ่งประกอบ  เพราะฉะนั้น  อย่าไปคิดเพียงว่า บุญจะต้องไปใหญ่อยู่ที่องค์พระ ถ้าไปคิดอยู่อย่างนั้นก็จะหงุดหงิดกัน    ถ้าทำบุญแล้วมีความหงุดหงิดเข้า ก็จะเป็นกิเลส โดยเริ่มมาตั้งแต่จะขอ “ทำแต่เพียงผู้เดียว”   นี่อย่างนี้ก็มี   บางคนก็ยังใจกว้างหน่อยว่า  “เออ คนอื่นจะทำด้วยก็ดี”

ผู้นำคนเนื่องจากผลผู้นำบุญ

ความจริงเรื่องของบุญนี่เป็นเรื่องใจกว้างนะ  ต้องใจกว้าง  ไม่ใช่ใจแคบ   เพราะบุญเป็นเครื่องกำจัดกิเลส  ใจจะได้ใส   สภาพของใจมันใหญ่ตรงที่มันใสนะ
ความจริงแท้ๆ นี่  ถ้าจะนึกว่าทำบุญอะไร จะได้เป็นผู้นำคนก็คือ บุญที่เกิดจากการเป็นผู้นำบุญนั่นเอง  คืออะไร  คือ การบอกบุญ  ชักนำคนอื่นเข้ามาในกองการกุศล  มีทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล นี่แหละผลบุญจึงจะส่งให้เป็นผู้มีบริวารสมบัติ  เมื่อมีบริวารสมบัติตัวเองก็จะเป็นผู้นำ  

แต่ผู้ที่ร่วมอนุโมทนาบุญก็อย่าไปคิด อย่าน้อยใจว่า “เอ ! แล้วเราจะต้องไปกินน้ำใต้ศอกคนอื่นละกระมัง !”   ไม่ใช่  ถ้าเรายังมีสติปัญญาความสามารถน้อยกว่าผู้อื่น ที่เขาเป็นผู้นำบุญ เราก็อนุโมทนาบุญ ร่วมบุญไปกับเขาได้   และในโอกาสเช่นนี้ ก็จะเป็นเหตุเป็นผลให้เรามีพลัง กลายเป็นผู้นำบุญต่อไปอีกได้ และได้พบกับผู้นำที่ดีด้วย เหมือนอะไร ?   เหมือนว่าแต่เดิมเราก็เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการชั้นตรี  เมื่อมีคุณสมบัติเพียงพอเมื่อใด ก็เป็นชั้นโท แล้วก็ชั้นเอก   แล้วก็ได้ตำแหน่งหัวหน้ากองเป็นหัวหน้าเขา  และยังมีอธิบดีที่ดีเป็นผู้นำอีก ถ้าเรารู้จักอนุโมทนาบุญที่ดี  รู้จักเลือกผู้นำบุญที่ดี  ก็จะได้ผู้นำที่ดี  แล้วกำลังของเราก็จะสูงขึ้นๆ ไปตามลำดับ   นี่คือลักษณะของบุญในทานกุศล  จะให้ผลในอาการอย่างนี้

อนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ชวนกันไปทำบุญค่ะ......  กฤติกา  ดาวลูกไก่  

Rank: 5Rank: 5

ปัทมา โพสต์เมื่อ 2009-8-17 10:12 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
พี่ต้น, พี่ฤดีคะ
ปัทมาฝากพี่สาวอีกคนไปด้วยคนนะค่ะ ชื่อ มณีรัตน์ ถ้าไงปัทม์จะให้เบอร์พี่ฤดีให้พี่เขาติดต่อพี่อีกที แต่จองก่อน 1 ที่   ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

Rank: 5Rank: 5

Ing-oiy โพสต์เมื่อ 2009-8-17 18:43 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
น้องปัท

อาการของพี่ที่รักษาไปแล้วเป็นอย่างไรบ้างค่ะ
ดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน เล่าให้ฟงหน่อยสิ

VIP

Rank: 4

ฤดี โพสต์เมื่อ 2009-8-18 17:37 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
อิงอ้อย
อาการของน้องเป็นไงบ้าง ดีขึ้นไหม อย่างไรโพสบอกกันบ้าง พี่สาวปัทน่าจะดีขึ้นจึงจะไปซ้ำเสาร์นี้อีกค่ะ ยาที่หลวงพี่พ่อให้กินแล้วมีอาการไหมคะ

Rank: 5Rank: 5

ปัทมา โพสต์เมื่อ 2009-8-19 09:48 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
นมัสการ หนูขออนุญาตเรียกพระอาจารย์นะค่ะ
พอพี่สาวกลับไปบ้าน แม่ตกใจว่าไปทำไรมา ใครทำลูกฉันขนาดนี้  แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่าพี่สาวสามารถนอนหลับได้ยาวและสนิทขึ้นในวันที่สองหลังจากถูกตี  คุ้มสุด ๆ เพราะเพิ่งหลับได้สนิทหลังจากนอนไม่ได้ดีมาเป็นเดือน

ส่วนวันที่ 22 พี่เป้าจะไปขอถูกตีซ้ำ พร้อมกับแม่ค่ะ ส่วนหนูไม่ได้ไปด้วย  อีกเรื่องหนึ่งยาที่พระอาจารย์ให้มาทำให้ร้อนหรือเปล่าค่ะ ถ้าใช่หนูจะลดปริมาณขนาดลูกกลอนให้เล็กลง ตอนนี้หนูทานตอนตื่นเ้ช้ามากับก่อนนอน (ท้องว่าง) ค่ะ  ช่วงที่กินวันสองสามวันแรก ๆ มีตุ่มแดงเล็ก ๆ ขึ้นที่ผิวหนัง (ไม่เยอะ เพียงแค่เห็นมันขึ้นมาตามตัว)  คุยกับพี่ต้นแล้วก็เลยหยุดกินชารางจืด ตอนนี้ก็ไม่มีตุ่มแดงขึ้นเพิ่มอีกค่ะ

Rank: 5Rank: 5

Ing-oiy โพสต์เมื่อ 2009-8-20 09:31 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด Ing-oiy เมื่อ 2009-8-20 09:33

นมัสการพระอาจารย์ ท่านอาจารย์ และเพื่อนๆ

ที่ยังไม่รายงานผลการรักษาก็เพราะว่ากำลังสังเกตอาการอยู่ เนื่องจากอาการของอิงอ้อยนั้นไม่ได้ปวดตลอดเวลา เมื่อรักษาแล้วการวัดผลก็ยากที่จะเห็นได้ชัดเจนทันที
อยากจะตรวจสอบดูให้แน่ใจก่อนที่จะรายงานให้ท่าน ๆ ทราบ

หนึ่งวันหลังรักษาปรากฎว่ารู้สึกปวดแถว ๆ แข้งและบริเวณกลาง ๆ ลูกสะบ้า (รู้สึกบริเวณนี้พระอาจารย์จะไม่ได้ตี เพราะเป็นกระดูก อาจารย์จะตีรอบ ๆ)
วันที่สามดีขึ้น แต่เจ็บรอยช้ำที่ถูกตีด้านหลังนิดหน่อย
วันนี้หายเจ็บบริเวณที่ถูกตีแล้ว เปรียบเทียบอาการระหว่างขาทั้งสองข้าง รู้สึกว่าขาขวาที่ทำการรักษามีอาการน้อยกว่าขาซ้ายที่ไม่ได้รักษา จากที่เมื่อก่อนนั้น ขาขวาจะเป็นด้านที่มีการมากกว่า

สรุปว่าหลังจากทำการรักษาแล้ว อาการดีขึ้นมากแต่ยังไม่ 100 เปอร์เซ็น

นมัสการถามพระอาจารย์เรื่องยาค่ะ
ที่พระอาจารย์ให้ทาน ครั้งละ 5 เม็ดนั้น ลดหรือเพิ่มจำนวนได้หรือไม่
สังเกตจากอาการอะไรที่ทำให้เรารู้ว่าควรลด หรือเพิ่มจำนวนยา

ขอบพระคุณค่ะ

Rank: 1

amonzzz โพสต์เมื่อ 2009-8-20 13:47 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ขอตอบแทนพระอาจารย์นะ เฉพาะเรื่องยา
การปรับลด หรือ เพิ่มดูจากระบบขับถ่ายว่ามีระบายมากหรือน้อย
ปกติก็ระบายอ่อนๆ ก็เพียงพอแล้วครับ ถ้ายังไม่ระบายก็เพิ่มอีกเม็ดหรือสองเม็ด
ถ้าระบายมากก็ลดลงมานะครับ
ควรทานตอนเช้าท้องว่างก่อนอาหารจะได้ผลดีครับ และ ก็ก่อนนอนท้องก็จะว่าง
แต่เท่าที่ดูจากน้ำหนักตัว ing oiy น่าจะต้องเพิ่มนะ อิอิ

Rank: 5Rank: 5

Ing-oiy โพสต์เมื่อ 2009-8-21 09:28 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ขอบพระคุณค่ะ

แล้วที่พระอาจารย์ให้อิงอ้อย ทานครั้งละ 5 เม็ดหลังอาหารเช้าเย็นนั้น

มีผลแตกต่างจากทานก่อนอาหารอย่างไรค่ะ

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

admin โพสต์เมื่อ 2009-8-21 11:02 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ขอบพระคุณค่ะ

แล้วที่พระอาจารย์ให้อิงอ้อย ทานครั้งละ 5 เม็ดหลังอาหารเช้าเย็นนั้น

มีผลแตกต่างจากทานก่อนอ ...
ต้นฉบับโพสโดย Ing-oiy เมื่อ 2009-8-21 09:28


ตอบแทนอาจารย์นะ
ถ้าจะให้ลดความอ้วนได้ผลด้วยควรทานก่อนอาหารครับ และจากน้ำหนักตัวควรเพิ่มโดสยาเป็น3มื้อ
ถ้าทานหลังอาหารก็จะไม่ช่วยด้านนี้
ช่วงนี้ไม่ว่าง แต่จิตว่าง ว่าง ว่าง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

admin โพสต์เมื่อ 2009-8-21 11:24 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
เนื่องจากวันที่ 22 สิงหาคม 2552 จะเดินทางไปวัดห้วยแม่ระหว่างเพื่อกราบนมัสการพระอาจารย์จรูญ
และได้มีการจัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ในการทำฉลากยาดังนี้
1 ปริ้นเตอร์ พร้อมอิ้งค์แท้งค์ และ หมึก จำนวน 1ชุด 2790 + 650 + 600 = 4,040
2 เครื่องสำรองไฟฟ้า จำนวน 1 ตัว ราคา 1,800 บาท
3 กระดาษพิมพ์ จำนวน 1 กล่อง 475 บาท
4  กระดาษสติกเกอร์ จำนวน 2 ห่อ 600 บาท
               รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,915 บาท
จึงขออนุญาติบอกบุญแก่สมาชิกที่สนใจจะร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วย
โดยลงชื่อที่กระทู้นี้แจ้งความประสงค์ที่จะทำบุญและระบุจำนวนเงินด้วยนะครับ

รายชื่อผู้ที่ร่วมทำบุญ

1 พี่ฤดี 3,500
2 ต้น  1,000 บาท
3 ป๊อป  1,000 บาท
4 คุณเอมอร 200 บาท
5 คุณอุ๋ย 750 บาท
6 เป้า+ปัทมา 700 บาท
7 อบ ปุ๊ก แหม่ม และ เพื่อนๆ 1000 บาท
รวม 8150 บาท
เงินส่วนที่เหลือจะซื้อหมึกเพิ่ม


...ข้าพเจ้าทั้งหลายขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลในครั้งนี้ไปให้ทุกรูปทุกนามทั้ง 20 ชั้นพรหมโลก 6 ชั้น
เทวะโลก มนุษย์โลก มารโลก ยมโลก อบายภูมิทั้ง 4 มี นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน
และในหมื่นโลกธาตุกับอีกแสนจักรวาลพิภพ ทั้งที่เป็นมนุษย์ อมนุษย์ รูปวิญญาณ อรูปวิญญาณ
และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งที่เป็นมิตรและศัตรู ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้าทั้งหลาย
.........ขอให้ทุกรูปทุกนาม จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย
อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย ขอให้ทุกรูปทุกนาม จงโมทนาในส่วนกุศลนี้
พึงได้รับประโยชน์ความสุขเช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าทั้งหลายจะพึงได้รับ ณ กาลบัดนี้ด้วยเทอญ .........

พร้อมกันนี้ ขออนุโมทนา บุญกุศลกับทุกท่านด้วยครับ
              _/l\_   สาธุ สาธุ สาธุ   _/l\_

ช่วงนี้ไม่ว่าง แต่จิตว่าง ว่าง ว่าง

Rank: 5Rank: 5

pucca โพสต์เมื่อ 2009-8-23 22:33 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
นมัสการหลวงพ่อ และสวัสดีเพื่อนๆทุกท่านค่ะ
หลังจากเมื่อวาน 22/8/52 ได้ไปกราบหลวงพ่อและพาแม่ไปรับการรักษา
ที่จากเดิมคาดว่าเป็นเพียงโรคปวดเข่าเท่านั้น
เมื่อหลวงพ่อเริ่มลงมือรักษา
หลวงพ่อ : ท่านถามคุณแม่ว่า " รู้มั้ยเป็นอารัย" (งงเลยเรา)
คุณแม่ : " ปวดขาน่ะค่ะ "
ปุ๊ก : แม่เป็นอารัยค่ะ
หลวงพ่อ : แม่โดนของ พวกลมเลลมพัดน่ะ (แล้วท่านก็ยิ้ม)
เป็นการรักษาที่ตรงกับวิชาท่านเรียนมา หลวงพ่อบอกว่าอาการเจ็บของแม่จะไม่เหมือนกันคนอื่นๆ
เพราะมันจะปวดแสบปวดร้อนเหมือนโดนไฟเผา หลังจากหลวงพ่อทำการรักษาได้ไม่นาน
จากขาขาวๆๆ (ไม่เชื่อถามโจ้) ค่อยๆเปลี่ยนเป็นเขียว แล้วกลายเป็นม่วงๆ ทั้งขาที่หลวงพ่อทำการรักษาด้วยการตี แทบไม่มีที่ว่าง
(โดยปกติเมื่อเราโดนตี จะต้องเป็นรอยแดงๆก่อน หากโดนตีแรงมาก หรือโดนแรกกระแทกมาก1-2 วันจะเป็นรอยช้ำ)
แต่ที่น่าแปลกคือ เมื่อหลวงพ่อทำการรักษาเพียงไม่กี่นาที รอยที่ปรากฎบนผิวหนังกลับเป็นรอยเขียว ม่วง และบวมอย่างเห็นได้ชัด
รอยบวมที่เกิดขึ้นมีลักษณะแข็งเป็นก่อนและบวมมากเหมือนกับรอยที่เราโดนสัตว์มีพิษกัด หรือต่อย
รูขุมขนมีการขยายอย่างเห็นได้ชัดและแข็งเป็นก้อน ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าเกิดจากของที่แม่โดน(ลมเพลมพัด)ทำให้เห็นเป็นแบบนี้
แต่หลังจากแม่ทำการรักษาเสร็จแล้ว แม่บอกว่ารู้สึกว่าขาข้างที่ทำการรักษาเบาขึ้น ขยับได้สะดวกกว่าข้างที่ยังไม่ได้ทำการรักษา
เมื่อผ่านมาหนึ่งคืน ในวันนี้ สอบถามอาการของแม่ แม่บอกว่าสบายตัวมากขึ้น ไม่มีอาการไข้ ปวดอีกเลย มีเพียงอาการตึงที่ผิวหนัง
และเมื่อคืนก็หลับสนิทตลอดคืนด้วยค่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนน่ะค่ะ แล้วจะมาเหล่าให้ฟังอีกว่าอาการของแม่เป็นอย่างไรบ้าง
ภาพตอนไปนี้เป็นภาพของขาคุณแม่หลังจากทำการรักษาผ่านมาเพียง 1 วัน
m1.jpg
m2.jpg
m7.jpg
m5.jpg
m4.jpg

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

admin โพสต์เมื่อ 2009-8-23 23:06 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ออเครื่อง ที่ร่วมกันมาถวายดีมากๆ หลวงพ่ออธิษฐานจิตให้ทุกคนปราศจากโรคเบียดเบียน และให้สมหวังในสิ่งที่ต ...
ต้นฉบับโพสโดย vichanum เมื่อ 2009-8-23 21:12


สาธุ และ ร่วมอนุโมทนากับเพื่อนๆ กัลยาณมิตรทุกๆท่านครับ

มาบอกเล่าอาการต่อด้วยนะปุ๊ก และ พระอาจารย์บอกมาว่าให้รีบรักษาต่อนะ จะได้หายไวๆ ส่วนอื่นยังมีค้างอยู่อีก
ส่วนน้ำเหลืองที่บอกมานะไม่ใช้น้ำเหลืองนะ เป็นของที่โดนมาอะ
ช่วงนี้ไม่ว่าง แต่จิตว่าง ว่าง ว่าง

Rank: 5Rank: 5

ปัทมา โพสต์เมื่อ 2009-8-24 11:26 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
กราบพระคุณพระอาจารย์ที่ช่วยรักษาเป็นห่วงคนไข้เสมอค่ะ
ขาของแม่กับเป้าที่ตีไปเมื่อวันก่อน ตอนนี้เหมือนใส่ถุงน่องสีม่วงคล้ำค่ะ ทั้งคู่ยังมีอาการตึงที่กล้ามเนื้อ
เข่าแม่พับได้ง่ายและดีขึ้น แต่แม่ไม่อยากกลับไปโดนตีอีก พอเวลากินยาก็บอกว่าหลวงพ่อช่วยลูกหายวันหายคืนทีเถิด

VIP

Rank: 4

ฤดี โพสต์เมื่อ 2009-8-24 11:43 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
กราบนมัสการพระอาจารย์คะ

เมื่อกี้โทรคุยกับเป้าอีกนิด เขาบอกว่าเมื่อคืนปวดหัวข้างขวาคะ ปวดลากเป็นระยะๆๆคะ.ยังระบมอยู่แต่ไม่เจ็บแล้วคะ
ส่วนน้องปัทมา.เดี๋ยวพี่ขอแก้ไขให้เรียบร้อยคะ   ขอให้ทุกท่าน ได้รับผลบุญกันถ้วนหน้าคะ

Rank: 5Rank: 5

pucca โพสต์เมื่อ 2009-8-24 15:35 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
นมัสการหลวงพ่อค่ะ

วันเสาร์นี้จะพาคุณแม่ไปหาหลวงพ่ออีกค่ะ ตอนนี้ท่านบ่นว่าปวดทางฝั่งที่ยังไม่ได้ตี ปวดตั้งแต่ขาไปจนถึงหัวเลยค่ะ ถ้าคราวนี้แม่ทนไหว จะให้แม่รักษาทั้งตัวค่ะหลวงพ่อ
กราบขอบพระคุณหลวงพ่อมากค่ะ ที่เมตตาช่วยรักษาแม่ และกราบขอบพระคุณแทนแม่และครอบครัว ที่ช่วยให้พ้นทุกข์ค่ะ

Rank: 8Rank: 8

Medal No.3 Medal No.2 Medal No.1

JingJo โพสต์เมื่อ 2009-8-24 20:17 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
นมัสการหลวงพ่อครับ
เรื่องชื่อหลวงพ่อต้องให้พี่ต้น เป็นคนแก้ไขครับ เพราะผมจะแก้กระทู้พี่ต้นไม่ได้ครับ มีอำนาจน้อยกว่า

ขอให้หลวงพ่ออโหสิให้ผมด้วยนะครับ คือตอนแรกที่ไปผมก็ยังไม่เชื่อนะครับ ตีรักษาโรค!! เป็นไปได้ยังไง

ตีแล้วมันขึ้นดำๆทุกคนแหละ เพราะมันช้ำ ก็คิดๆไปแบบนี้ จนเดินไปหาไม้มาอันนึง ก็มาตีตัวเองด้วยแรงพอประมาณเป็นสิบๆทีที่แขน ก็มีแค่รอยแดงๆ ไม่มีสีดำๆขึ้นมาเลย

แล้วก็มานั่งคุยในกลุ่ม พี่ปุ๊กก็พูดขึ้นมาว่า ตอนเด็กๆเราโดนตีกว่าจะขึ้นเขียว คล้ำๆก็วันสองวัน ก็เลยคิดว่า เออ ใช่

นั่งดูหลวงพ่อตีไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ก็ขึ้นทุกคน ก็ยังไม่หายสงสัย อาจจะเป็นที่น้ำมันที่หลวงพ่อทาผิวก็ได้ ทำให้รอยดำมันขึ้น

และหลวงพ่อก็ไปรักษาพระอีกรูปนึง แต่คราวนี้ตีเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นรอยดำ ขึ้นแต่รอยแดงๆแบบถูกตีธรรมดา และเป็นก้อนแข็งตรงบริเวณถูกตี

คราวนี้ก็เลยเชื่อค่อนข้างมาก จนมาถึงคิวแม่พี่ปุ๊ก ยิ่งทำให้เชื่อมากเข้าไปอีก เพราะทุกรอยที่ตี ขึ้นหมดเลย

ไม่มีอะไรหรอก แค่จะบอกว่าหลวงพ่อมีเมตตามาก ตีวันนึงสิบคนได้มั้ง เป็นเรา เราคงเหนื่อยนะ แต่หลวงพ่อไม่เคยพูดเลย

สาธุๆๆ

Rank: 5Rank: 5

Medal No.1

อบ โพสต์เมื่อ 2009-8-24 21:25 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
นมัสการหลวงพ่อจรูญ

       อบ คนที่ไปตีไหล่เพราะนอนไม่หลับ เส้นตึง แล้วทำให้เครียดง่ายน่ะค่ะ ตอนนี้อาการเรื่อเส้นตึงดีขึ้น หมุนคอดังกร้อบแกร็บได้สบายแต่ยังระบมรอยแผลอยู่นิดหน่อยค่ะ  แอบสังเกตุหลังตีหลวงพ่อคงเหนื่อย เหมือนใช้พลังภายในไปเยอะ ... กราบขอบพระคุณในความเมตตาของหลวงพ่อด้วยค่ะ จะทำบุญให้มากๆค่ะ
รหัสลับ เปลี่ยน